← กลับหน้าหลัก

คู่มือการใช้งานครบทุกพืช

อัตราการใช้ยิ้มยิ้ม นาโน บูสเตอร์ + ปุ๋ยน้ำยิ้มยิ้ม แยกตามชนิดพืชและระยะการเติบโต อ่านขั้นตอนผสมสารและอัตรามาตรฐานด้านล่างก่อนเริ่มใช้งาน

อ่านก่อนใช้งาน

พื้นฐานการใช้งาน

ขั้นตอนผสมสาร อัตรามาตรฐาน และวิธีเลือกสูตรปุ๋ยน้ำ ใช้ได้กับทุกพืช

1. ขั้นตอนผสมสาร (ทำตามลำดับ)
  • ขั้นที่ 1 — ปรับสภาพน้ำ: ใส่สารปรับสภาพน้ำลงถังหลักก่อน ปรับน้ำให้เป็นกลาง
  • ขั้นที่ 2 — บูสเตอร์: เขย่าขวดก่อนใช้ ผสมในถังน้ำเล็กให้เข้ากันก่อน แล้วเทลงถังหลัก (ห้ามเทลงถังหลักโดยตรง)
  • ขั้นที่ 3 — ปุ๋ยน้ำ: ผสมในถังเล็กก่อนเช่นกัน แล้วเทตามลงถังหลัก
  • ขั้นที่ 4 — สารอื่น (ถ้าจำเป็น): เติมยาฆ่าแมลง/ยาคุมหญ้าหลังสารหลักเข้ากันดีแล้ว
⚠️ ทดสอบความเข้ากันในขวดเล็กก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อผสมร่วมกับสารตัวอื่น
2. ข้อแนะนำการฉีดพ่นทั่วไป
  • ฉีดได้ทั้งวัน · หากผสมร่วมกับยาฆ่าแมลงหรือสารร้อน ให้ฉีดช่วงเช้าหรือเย็นเท่านั้น
  • ระยะปลอดฝนแนะนำ 2 ชั่วโมง หากฝนตกก่อนครบให้ฉีดซ้ำ
  • ห้ามฉีดพ่นขณะลมแรง ละอองจะกระจายและสูญเสีย
  • ปรับละอองให้เล็กเพื่อการดูดซึมที่ดี
3. สูตรปุ๋ยน้ำ 4 สูตร เลือกใช้ตอนไหน
  • 19-5-5 Fresh Start — ช่วงตั้งตัว หลังปลูกหรือหลังย้ายกล้า
  • 14-7-14 True Start — ทำต้น ทำใบ เร่งโต แตกกอ (ช่วงปลูกใหม่ ระยะทำใบ)
  • 13-13-13 Care Balance — ปรับสมดุล ฟื้นต้น ลดความเครียด (อากาศแปรปรวน พืชช็อก พักคอ)
  • 4-24-24 Smile Harvest — ทำดอก ทำผล สะสมน้ำหนัก (ก่อนออกดอก ติดผล)
จำง่าย: อยากได้ใบ อยากโตไว → 14-7-14 · อยากได้ดอก อยากได้น้ำหนัก → 4-24-24 · ต้นช็อก อากาศแปรปรวน → 13-13-13
🔜 ปุ๋ยน้ำยิ้มยิ้มคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายปลายปี 2569–ต้นปี 2570
4. อัตรามาตรฐาน — แบบเป้สะพาย (ต่อน้ำ 20 ลิตร)
กลุ่มพืชบูสเตอร์ปุ๋ยน้ำความถี่
พืชไร่ (อ้อย/ข้าว/ข้าวโพด)25-30 ซีซี40 ซีซีทุก 30-45 วัน
ไม้ผล/ไม้ยืนต้น25-30 ซีซี40 ซีซีตามระยะ
พืชผัก/ไม้ดอก20 ซีซี40 ซีซีทุก 5-7 วัน
มันสำปะหลัง/เผือก50 ซีซี60 ซีซีทุก 15-30 วัน
บูสเตอร์ 1 ลิตร ฉีดได้ราว 20-25 ไร่ (มัน/เผือก 10 ไร่) · ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตร ฉีดได้ราว 4 ไร่ (มัน/เผือก 3 ไร่)
5. อัตรามาตรฐาน — แบบโดรน (ต่อ 1 ไร่)
กลุ่มพืชบูสเตอร์ปุ๋ยน้ำ
พืชไร่ทั่วไป50 ซีซี250 ซีซี
มันสำปะหลัง/เผือก100 ซีซี330 ซีซี
อัตราน้ำโดรน: แนะนำ 8–10 ลิตร/ไร่ เพื่อให้กระจายทั่วแปลง
6. ทางเลือกการให้ปุ๋ย — เลือกให้เหมาะกับแปลง

ไม่มีวิธีเดียวที่เหมาะกับทุกแปลง แต่ละวิธีมีจุดแข็งและข้อควรระวังต่างกัน เลือกตามสภาพแปลง แรงงาน และเครื่องจักรที่มี

  • ✋ หว่านปุ๋ยเม็ด (ทางดิน · บนผิวดิน) — ทำงานง่าย ให้แร่ธาตุอาหารหลักได้มาก · ข้อควรระวัง: ขึ้นกับฝนและความชื้น เสี่ยงสูญเสียจากการระเหยและชะล้าง
  • 🚜 ฝังปุ๋ยเม็ด (ทางดิน · ใต้ผิวดิน) — ปุ๋ยลงดินใกล้ราก ลดความเสี่ยงการระเหย · ข้อควรระวัง: ค่าเครื่องจักรและค่าแรงสูง ต้องนำรถเข้าแปลง
  • 🚁 ฉีดทางใบด้วยโดรน (ทางใบ · 4–8 ครั้ง/ฤดู) — รวดเร็ว ปรับสูตรตามช่วงอายุอ้อยได้ ไม่ต้องนำรถเหยียบแปลง · ข้อควรระวัง: ต้องจ้างหรือมีโดรน และวางรอบฉีดให้ต่อเนื่อง
  • 🔄 ผสมผสาน ดิน + ใบ (ทางดินเป็นฐาน · ทางใบเสริม) — เติมแร่ธาตุอาหารหลักทางดิน เสริมความต่อเนื่องทางใบ · ข้อควรระวัง: ต้องวางแผนให้เหมาะกับฐานดินเดิมของแต่ละแปลง
💡 โปรแกรมที่ยิ้มยิ้มแนะนำคือ ผสมผสาน — ลดปุ๋ยเม็ดรองพื้น แล้วเสริมฉีดทางใบต่อเนื่อง ดูแลครบทั้งดินและใบ
7. ทำไมต้องฉีดทางใบ — ปุ๋ยที่ใส่ พืชใช้ได้จริงแค่ไหน

ปุ๋ยที่หว่านลงดิน พืชนำไปใช้ได้จริงเพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือสูญเสียไปกับการระเหย ชะล้าง และถูกตรึงในดิน

วิธีใส่ประสิทธิภาพการดูดใช้ไนโตรเจน (โดยประมาณ)
หว่านผิวดิน~37% — ส่วนที่เหลือสูญเสียจากการระเหยและชะล้าง
ฝังกลบในดิน~49% — ฝังใกล้รากช่วยลดการระเหย
ฉีดทางใบพืชนำแร่ธาตุอาหารไปใช้ได้โดยตรง ใช้ปริมาณน้อยลง และลดการสูญเสียทางดิน
⚠️ ตัวเลข 37% / 49% เป็นตัวอย่างผลทดลองในข้าวสาลีที่ออสเตรเลีย ไม่ใช่ค่าเฉพาะอ้อยไทย อาจแตกต่างกันตามชนิดพืช สภาพดิน และภูมิอากาศ
  • Nature Communications (2023) — งานวิเคราะห์รวม (meta-analysis) จาก 407 งานวิจัยทั่วโลก พบว่าโดยเฉลี่ย ไนโตรเจนในปุ๋ยที่ใส่ลงแปลง พืชดูดไปใช้ได้จริงราว 48% ส่วนที่เหลือสูญเสียสู่ดินและน้ำ และหากจัดการให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ จะเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 78% (ค่าเฉลี่ยรวมหลายชนิดพืชทั่วโลก ไม่ได้เจาะจงอ้อยหรือประเทศไทย)
  • Frontiers in Plant Science (2023) — งานทบทวนวิชาการ ระบุว่าการฝังปุ๋ยใกล้รากให้ประสิทธิภาพการดูดใช้สูงกว่าการหว่านบนผิวดิน โดยอ้างผลทดลองที่การฝังลึกได้ราว 49% เทียบกับการหว่านราว 37% (ผลทดลองในข้าวสาลีที่ออสเตรเลีย)
เราเลือกใช้ตัวเลขที่อ้างอิงได้จริง แทนการเคลมเกินจริง
8. ทำไมต้องสังกะสี (Zinc)

สังกะสีเป็นจุลธาตุที่พืชต้องการในปริมาณน้อย แต่จำเป็นต่อกระบวนการเติบโตหลายอย่าง

  • เอนไซม์และโปรตีน — เกี่ยวข้องกับการสร้างเอนไซม์และโปรตีนในพืช
  • การแบ่งเซลล์ — เกี่ยวข้องกับการเติบโตของหน่อ ราก และลำต้น
  • สมดุลน้ำในต้น — มีบทบาทต่อการทำงานของพืชช่วงอากาศร้อน

☀️ เมื่ออ้อยเจอความร้อนหรือขาดน้ำ สมดุลน้ำเปลี่ยน → ใบทำงานได้จำกัด → อ้อยชะงัก การได้รับแร่ธาตุอาหารครบ รวมถึงสังกะสี เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ระบบการเติบโตทำงานต่อเนื่อง

ดินแห้ง ฝนไม่มา ปุ๋ยเม็ดละลายได้ยาก การฉีดทางใบช่วยให้พืชได้รับแร่ธาตุอาหาร โดยไม่ต้องรอฝน

นาโน บูสเตอร์ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต เมื่อใช้ร่วมกับการจัดการแปลงที่เหมาะสม เช่น น้ำ ปุ๋ย และการดูแลที่ถูกต้อง
เลือกพืชของคุณ

คู่มือแยกตามพืช

แตะกลุ่มพืชเพื่อกรอง อัตราทั้งหมดอ้างอิงแบบเป้สะพาย ต่อน้ำ 20 ลิตร เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น

🔜 สูตรในคู่มืออ้างอิงการใช้คู่กับ ปุ๋ยน้ำยิ้มยิ้ม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายปลายปี 2569–ต้นปี 2570 — สอบถามความพร้อมจำหน่ายได้ทางไลน์
ผลิตภัณฑ์เสริม

นาโน การ์ด & นาโน แอคแทค

สองผลิตภัณฑ์เสริมการดูแลแปลงเฉพาะช่วง/เฉพาะจุด ใช้ร่วมกับโปรแกรมหลักได้

ชนิดน้ำ 🛡️
นาโน การ์ด
สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช
📌 ใช้ตอนไหน
เหมาะกับแปลงที่ต้นเติบโตไม่สม่ำเสมอ ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร หรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ — ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ต้นกลับมาสมบูรณ์พร้อมเติบโต
📍 ฉีดครั้งแรกครั้งเดียว ช่วงต้นตั้งตัว โดยเฉพาะอ้อยตอที่แตกหน่อใหม่หลังตัด เริ่มเมื่อมีใบ 4-5 ใบ (อายุราว 1 เดือน) รอบถัดไปเปลี่ยนเป็นบูสเตอร์ตามปกติ
💧 อัตราการใช้
เป้สะพาย: 25-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
โดรน: 50 ซีซี ต่อไร่
📍 ใช้ได้กับอ้อย มันสำปะหลัง ข้าว และพืชไร่ · 1 ลิตร ฉีดได้ราว 20-25 ไร่
🌱 ช่วยเรื่อง
เสริมความแข็งแรงให้ต้นพืช · ดูแลแปลงในช่วงที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ · ดูแลในสภาพอากาศแปรปรวน
ชนิดผง ⚡
นาโน แอคแทค
สารเพิ่มประสิทธิภาพพืช
🌳 เหมาะกับ
ไม้ผล — ทุเรียน มะนาว ส้ม · 1 กก. ผสมน้ำได้ถึง 4,000 ลิตร คุ้มค่า
💧 ฉีดพ่นทั่วต้น (ใบ ลำต้น โคน)
50 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร · ทุก 5-7 วัน
🎯 ทาดูแลเฉพาะจุด
50 กรัม ต่อน้ำ 2-4 ลิตร · ทุก 5-7 วัน
📍 ทาบริเวณรอยแผลหรือจุดที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ
🥄 วิธีผสมผง
ละลายผงในน้ำปริมาณน้อยให้เข้ากันดีก่อน แล้วเทลงถังหลัก คนให้ทั่ว ไม่ให้ผงจับตัว
ทักไลน์ เฟซบุ๊ก